ที่เที่ยวเด็ดของญี่ปุ่น ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

March 4, 2019 | by Gold Travel
สำหรับคนที่ไปที่เที่ยวฮิตๆมาหลายแห่งแล้ว ลองไปสถานที่ท่องเที่ยวที่คนยังไม่รู้จัก แต่น่าสนใจไม่แพ้กันเหล่านี้บ้าง 14 ที่เที่ยวเด็ดของญี่ปุ่น ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีอะไรบ้าง 1. คิบูเนะ(Kibune) เป็นเมืองชนบทเล็กๆที่อยู่ในเขาทางตอนเหนือของเกียวโต มีชื่อเสียงด้านความงามตามธรรมชาติที่ผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยมีศาลเจ้าคิบูเนะที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย ตามตำนานเทพเจ้าเดินทางจากเมืองโอซาก้าโดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาทางเหนือของเกียวโต และมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงเรียกตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ หรือ เรือสีเหลือง 2. น้ำตก 48 แห่ง อากาเมะ(Akame 48 Falls) เป็นน้ำตกที่แตกต่างจากที่อื่นๆในประเทศญี่ปุ่น ที่มีน้ำตกอยู่มากมาย โดยเป็นแม่น้ำที่ไหลเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร มีน้ำตกอยู่มากกว่า 48 แห่งตามทางในป่าเขา โดยมีอยู่ 5 น้ำตกที่มีชื่อเสียง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีรูปร่าง และขนาดไม่เหมือนกันเลย สามารถเดินทางมาชมได้ทุกฤดูกาลแต่ที่สวยที่สุดจะเป็นฤดูร้อนที่มีน้ำมากและผืนป่าเขียวขจี หรือฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม 3. Cat Island เกาะแมว เอโอชิม่า(Aoshima Cat island, 青島) เป็นหนึ่งในเกาะแมวที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น เพราะมีคนอาศัยอยู่บนเกาะเพียง 15 คน(ปี 2013) แต่กลับมีแมวอาศัยอยู่หลายร้อยตัว ปล่อยให้เดินได้ทั่วไปอย่างอิสระทั้งเกาะ ทำให้เหล่าคนรักแมวมากมายเดินทางกันมาที่นี่ เอโอชิม่าเกาะเกือบจะร้างขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากชายฝั่งทางทิศตะวันตกของจังหวัดเอฮิเมะ(Ehime)ไปประมาณ 35 นาทีด้วยเรือเฟอรี่ เคยเป็นเกาะที่มีคนหนีจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอาศัยอยู่มากที่สุดในปีค.ศ. 1960 แต่เหลือเพียง 50 คนในปีค.ศ. 2000 บนเกาะไม่มีอะไรคอยให้บริการเลย(ณ ปี 2014) ไม่มีโรงแรม ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีร้านขายของ ไม่มีแม้แต่เครื่องหยอดเหรียญใดๆทั้งสิ้น คนที่ต้องการเดินทางมาที่เกาะนี้ต้องเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งอาหาร ขนม อาหารแมว น้ำดื่ม ร่ม และอื่นๆ รวมทั้งต้องนำขยะของตัวเองทั้งหมด กลับไปที่บนฝั่งด้วย 4. เขื่อนกันน้ำทะเล (Wakkanai Port North Breakwater Dome)  เป็นเขื่อนกั้นน้ำทะเลที่อยู่เกือบจะเหนือสุดของเกาะฮอกไกโดที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันคลื่นลมแรงให้กับสถานีรถไฟ ที่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่มีลักษณะที่แปลกตามากเพราะสร้างขึ้นโดยมีลักษณะเป็นทรงโค้งคล้ายกับท้องเรือ ที่มีความยาวทั้งหมดเกือบ 450 เมตร โดยมีเสาสไตล์โรมันอยู่ 70 ต้น กลายเป็นภาพแปลกตาที่ไม่บอกไม่รู้ว่าเป็นประเทศญี่ปุ่น 5. พิพิธภัณท์หิน โอยะ (Oya Stone Museum)  เป็นหมืองหินเก่าชนิดพิเศษของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า หินโอยะ(Oya Stone)ที่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณท์ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเหมืองแห่งนี้ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยมีโถงใต้ดินที่เหมือนกับอยู่ในโถงพีรามิดของอียิปป์หรือสมัยโรมันโบราณ มีขนาดใหญ่ถึง 2 หมื่นตารางเมตร ใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอล 5 สนาม ทำให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยตร์ต่างๆ รวมทั้งลานแสดงคอนเสิร์ตด้วย ว่ากันว่าที่โถงใต้ดินนี้จะมีอุณภูมิเท่าๆกันตลอดทั้งปีที่ประมาณ 8 องศาเซลเซียส หินโอยะ(Oya Stone)นั้นมีชื่อเสียงเพราะเป็น material หลักที่ Frank Llyod Wright สถาปนิกชื่อดังของโลก เลือกใช้ในการสร้างโรงแรม Imperial Hotel หลังเก่า ซึ่งหินชนิดนี้ สามารถพบได้เฉพาะในบริเวณรัศมี 4-6 กิโลเมตรรอบๆย่านโอยะ จังหวัดโทจิงิ(Tochigi) 6. ถ้ำริวเซนโดะ (Ryusendo Cave)  เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในภูเขาของเมืองอิวาอิซูมิ(Iwaizumi Town)ในจังหวัดอิวาเตะ(Iwate) และนับเป็นถ้ำหินปูน 1 ใน 3 ที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น คาดว่าถ้ำแห่งนี้ลึกเข้าไปในภูเขาเกือบ 5,000 เมตร และได้มีการสำรวจแล้วประมาณ 3,500 เมตร ตั้งแต่ปี 1920 น้ำทะเลสีฟ้าสดใสไหลออกมาจากถ้ำกลายเป็นแม่น้ำและทะเลสาบ 4 แห่ง ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียง 700 เมตร ตลอดระยะทางได้รับการพัฒนาอย่างดีมีทางเดินยกระดับ สะพาน และบันไดเพื่อให้ง่ายแก่การสำรวจ ทะเลสาบภายในถ้ำ 3 แห่ง วัดได้ว่ามีความลึกถึง 35, 38 และ 98 เมตรตามลำดับ ซึ่งมีการติดตั้งไฟใต้น้ำเพื่อให้น้ำเรืองแสงสีฟ้าอันงดงาม และทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งที่ปิดไม่ให้เข้าชม ลึกถึง 120 เมตร ได้ถูกบันทึกให้เป็นทะเลสาบใต้ดินที่ลึกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หลังจากเยี่ยมชมทะเลสาบแล้ว บันไดจะนำทางไปสู่ห้องที่อยู่ใต้พื้นดิน 35 เมตร จะสามารถมองเห็นค้างคาวหลากหลายสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ห้อยลงมาจากเพดานถ้ำ 7. น้ำตก ฟุกิวาเร (Fukiware Falls) เป็นหนึ่งในน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยแปลกที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 7 เมตร กว้าง 30 เมตร มีลักษณะเหมือนกับแผ่นหินแตกร้าวเป็นช่องให้น้ำไหลตกลงไป ช่วงเวลาที่คนนิยมมาชมกันมากที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี 8. เกาะเอโอกาชิม่า (Aogashima Island)  เป็นเกาะที่อยู่ในเขตปกครองของเมืองหลวงโตเกียว แต่อยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ถึง 358 กิโลเมตรหรือใช้เวลาบินกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งต้องเริ่มต้นการเดินทางไปชมโดยการนั่งเรือเฟอรี่ไปที่เกาะ Hachijojima ก่อนแล้วจึงต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปชมเกาะเอโอกาชิม่าจากมุมสูง เป็นเกาะที่เป็นภูเขาไฟที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลแค่บริเวณปากปล่องเท่านั้น ทำให้เกาะมีรูปร่างแปลกประหลาดเหมือนมีกำแพงล้อมรอบพื้นที่ตรงกลาง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 9 กิโลเมตร บนเกาะมีผู้อยู่อาศัยเพียง 100 กว่าคน 9. เกาะโอคุโนชิมะ(Okunoshima) หรือ เกาะกระต่าย(Usagi Jima) เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกกลางทะเลเซโตะ(Seto Inland Sea) ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดฮิโรชิม่า(Hiroshima) บนเกาะแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยกระต่ายป่าหลายร้อยตัวที่กระจายอยู่ทั้งในป่าและทางเดินทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้ ด้วยความน่ารักของกระต่ายเหล่านี้ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้เป็นจำนวนมากและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก 10. รถไฟชมวิวสาย โออิกะวะ (Oigawa Railway) เป็นเส้นทางรถไฟสายชมวิวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเส้นทางหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยจะวิ่งลัดเลาะไปตามโค้งแม่น้ำ Oi River ซึ่งจะใช้รถไฟที่มีหัวรถจักรแบบโบราณ และตู้รถไฟแบบคลาสสิค ทำให้นอกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชื่นชมความงามของข้างทางที่รถไฟแล่นผ่านแล้ว ยังดึงดูดเหล่าผู้ที่ชื่นชอบรถไฟให้มาชมและทดลองนั่งรถไฟแบบเก่าๆกันด้วย 11. หมู่บ้าน ชิโมกุริ (Shimoguri no Sato) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชันที่มีความลาดชันเกือบ 40 องศา ระหว่างความสูง 800-1100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยความชันที่มากขนาดนี้ทำให้การสร้างถนนต้องทำเป็นแบบคดเคี้ยวยิ่งกว่างู จนเกิดเป็นทัศนียภาพของหมู่บ้านที่สวยงามและแปลกตากว่าที่อื่นๆ ถึงขนาดที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากในการ์ตูนดังจากสตูดิโอ จิบลิ(Studio Ghibli) 12. หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ(Zao Fox Village) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองชิโรอิชิในภูเขาของจังหวัดมิยากิ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 1990 ภายในหมู่บ้านมีสัตว์นานาชนิดกว่า 100 ตัว รวมถึงสุนัขจิ้งจอก 6 สายพันธุ์ที่วิ่งไปมาได้อย่างอิสระในพื้นที่กว้าง ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงตัวสัตว์ต่างๆได้อย่างใกล้ชิด และสามารถป้อนอาหารได้อีกด้วย แต่ก็ควรระมัดระวังในการให้อาหารด้วยเช่นกัน 13. ปราสาทลอยฟ้า ทาเคดะ (Takeda Castle) ซากปราสาททาเคดะ สร้างอยู่บนยอดของภูเขาที่ความสุง 353 เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1441 ได้รับฉายาว่าเป็น ปราสาทลอยฟ้า(Castle in the Sky) เพราะในช่วงที่มีหมอกลงจะดูเหมือนกับลอยอยู่บนฟ้า โดยจะสวยงามมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มักจะมีหมอกเยอะ และมีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม รวมทั้งยังเป็นจุดชมดอกซากุระบานที่มีชื่อเสียงด้วย 14. เกาะร้างฮาชิมะ (Hashima Island) ถึงจะเป็นเกาะร้างแต่ก็มีชื่อเสียงและมีหนังดังๆหลายเรื่องมาถ่ายทำหรือใช้เป็นแรงบันดาลใจในหนัง เช่น 007 Skyfall (2013) และ หนังผีไทย ฮาชิมะโปรเจค โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย โดยเคยเป็นเหมืองแร่ถ่านหินที่มีคนงานอยู่หลายหมื่นคนจนสร้างเมืองขึ้นมาบนเกาะแต่ถูกทิ้งร้างเอาไว้เมื่อเหมืองปิดตัวลงตั้งแต่ปี 1974 ขอขอบคุณ ข้อมูลและบทความดีๆจาก talonjapan
bg-bottom